วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อามิสทาน

อามิสทาน คือการให้สิ่งของเป็นทาน เช่น สิ่งของที่เป็นปัจจัยสี่ หรือการให้ทานวัตถุ มีข้าว น้ำ ผ้า ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พักอาศัย ประทีปโคมไฟ เป็นต้น

อามิสทาน แบ่งตามทายก คือ ผู้ให้ มี ๓ ประเภท ดังนี้

๑. ทานทาสะ บางทีเรียกว่า ทาสทาน หมายถึงการที่ทายกให้ของที่ด้อยกว่าของที่ตนบริโภคใช้สอยเอง เช่น เมื่อได้มะม่วงมา ๓ ผล ก็เลือกผลที่เล็กที่สุดให้ไป หรือได้ ๓ ผลที่มีขนาด เท่าๆ กัน ก็เลือกผลที่ไม่ชอบใจให้ไป การให้อย่างนี้ เรียกทาสทาน เพราะว่าใจของทายกตกเป็นทาสของความตระหนี่แล้วจึงให้ ดุจการให้สิ่งของแก่คนที่เป็นข้าทาสบริวาร ฉะนั้น

๒. ทานสหาย บางทีเรียกว่า สหายทาน หมายถึง ทายกให้ของที่เสมอกันกับที่ตนบริโภคใช้สอย ตนบริโภคใช้ของอย่างไร ถึงคราวจะให้ผู้อื่นก็ให้ของอย่างนั้น เช่น ได้มะม่วงมา ๓ ผล ก็ให้ผลที่ดี เช่นเดียวกับที่ตนจะบริโภค ดุจการให้สิ่งของแก่คนที่เป็นมิตร สหาย ฉะนั้น

๓. ทานสามี บางทีเรียกว่า สามีทาน หมายถึงทายกให้ของที่ดีประณีตกว่าของที่ตนบริโภคใช้สอย โดยเลือกเอาสิ่งของที่ดีที่สุดให้ไป ซึ่งชาวพุทธทั้งหลายเวลาจะให้ ก็ให้สามีทานเป็นส่วนมาก เช่น เวลาจะตักบาตรพระ จะคดข้าวปากหม้อ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุด เอาไว้ถวายพระก่อน หรือเวลาเลี้ยงพระภิกษุสามเณร จะตกแต่งข้าวปลาอาหารอย่างประณีต บรรจงกว่าที่ตนเองบริโภค ถวายท่าน หรือเวลาที่จะให้ของแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง แม้ว่าจะมีฐานะเสมอ หรือต่ำกว่าเรา ก็เลือกของที่ดีที่ชอบใจให้ไป อย่างนี้เรียกสามีทาน เพราะใจของผู้ให้เอาชนะความตระหนี่ เป็นนาย เป็นเจ้าของ เป็น อิสระ แล้วจึงให้ทาน ดุจให้สิ่งของแก่คนที่ตนเคารพ หรือมีพระคุณ แก่ตน เช่น บิดา มารดา ครูบาอาจารย์ พระภิกษุสงฆ์ ฉะนั้น

ผู้ให้ใดที่มีจิตใจชนะความตระหนี่ คือความตระหนี่ไม่สามารถครอบงำได้ มีการสั่ง สมการให้ทานสามีอยู่เสมอ จนมีคุณธรรมนี้ติดตัว ท่านเรียกผู้ให้นั้นว่า ทานบดี แปลว่าผู้เป็นใหญ่ในทาน กล่าวคือเป็นผู้มีจิตใจที่ไม่ถูกความตระหนี่ครอบงำ เป็นอิสระในทานนั้น ไม่ ตกเป็นทาส หรือสหายของความตระหนี่ แต่เป็นใหญ่ในทานนั้นสม่ำเสมอทุกเวลา

ทานสามี มีอานิสงส์อย่างยิ่ง เพราะผู้ให้สามารถยกใจของตนเองให้สูงกว่าทานนั้น ดังเรื่องของ "ชายตัดฟืน" ผู้ได้อาหาร ที่ประณีตดีเลิศมาด้วยความยากลำบาก แต่เขาสามารถขจัดความ ตระหนี่ออกจากใจได้ ถวายทานนั้นแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า จึงได้รับผลบุญทันตาเห็น ดังเรื่องต่อไปนี้ (อ่านบทต่อไป)

ไม่มีความคิดเห็น: